Logo เที่ยวญี่ปุ่น ดอทคอม
Krungthai Travel Platinum Mastercard Debit เรทถูก ไม่ชาร์จค่าธรรมเนียม 2.5% ธนาคารกรุงไทย

Tohoku: ทริปชมซากุระในโทโฮคุ ช่วงวันหยุดสงกรานต์ (มิยางิ-ฟุคุชิมะ-ยามางาตะ)

ทริปซากุระเส้นทางนี้คือหนึ่งในเส้นทางที่สวยและคุ้มค่าที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ไล่ชมซากุระจากจังหวัดมิยางิ ผ่านฟุคุชิมะ ไปจนถึงยามางาตะ ระหว่างวันที่ 12–19 เมษายน ซึ่งตรงกับวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ และเป็นช่วงพีคของซากุระโซนนี้พอดี

ความพิเศษของเส้นทางนี้คือได้เห็นซากุระในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แนวซากุระระดับตำนานริมแม่น้ำยาวหลายกิโลเมตร สวนดอกไม้บนภูเขา ปราสาทเก่าแก่ ซากุระพันธุ์หายากอายุกว่า 200 ปี ไปจนถึงซากุระกลางคืนในเมืองเล็กที่นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น เหมาะมากสำหรับคนที่เคยชมซากุระในโตเกียวหรือโอซาก้ามาแล้ว และอยากเห็น “ซากุระญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่ง” ที่เงียบ สวย และลึกซึ้งกว่าเดิม โดยตลอดเส้นทางสามารถเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก เที่ยวตามได้จริงโดยไม่ต้องเช่ารถ

แผนการเดินทาง (เที่ยวตามได้จริง)

Day 1 (มิยางิ): เดินทางถึง Sendai → ชม Hitome Senbonzakura

Day 2 (มิยางิ): เดินทางไป Ishinomaki → ชม Hiyoriyama Park → แวะ Matsushima ทานหอยนางรม

Day 3 (ฟุคุชิมะ): เดินทางสู่ Fukushima → Hanamiyama Park → พัก Koriyama

Day 4 (ฟุคุชิมะ): Arakawa Sakura-zutsumi → Kaiseizan Park & Lucky Park

Day 5 (ฟุคุชิมะ): Komine Castle Park → แวะชม Shokenji → เดินทางสู่ Yamagata

Day 6 (ยามางาตะ): กลางวันเที่ยวเมือง → เย็นชมโยซากุระที่ Mamigasaki River

Day 7 (ยามางาตะ): Kajo Park ตอนเช้า → Maizuru Park (Tendo) ตอนบ่าย

Day 8 (ยามางาตะ): Kaminoyama Castle & Tsukioka Park → Eboshiyama Park


1. Hitome Senbonzakura – มิยางิ

ฮิโตเมะ เซ็นบงซากุระ (Hitome Senbonzakura) คือหนึ่งในจุดชมซากุระระดับตำนานของญี่ปุ่น และมักถูกจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ “ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต” ที่นี่มีต้นซากุระกว่า 1,200 ต้น เรียงรายเลียบแม่น้ำชิโรอิชิเป็นระยะทางยาวประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อถึงช่วงฟูลบลูม ภาพซากุระสีชมพูอ่อนจะพาดยาวไปพร้อมกับสายน้ำ โดยมี เทือกเขาซะโอ (Zao Mountains) เป็นฉากหลัง ทำให้ได้ภาพที่ยิ่งใหญ่และคลาสสิกมาก

พื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำจะค่อนข้างสงบกว่าฝั่งหลัก เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินถ่ายรูปแบบไม่ต้องเบียดใคร โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะนุ่มและคนน้อย บรรยากาศโรแมนติกมาก

  • ช่วงเวลาชมดีที่สุด: ประมาณ 7:00–18:30
  • วันหยุด: ไม่มี (เป็นพื้นที่สาธารณะ)
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จากสถานี Sendai นั่ง JR Tohoku Line ลง สถานี Funaoka ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินต่อ 10 นาที

2. Hiyoriyama Park – มิยางิ

สวนฮิโยริยามะ (Hiyoriyama Park) เป็นจุดชมซากุระที่คนญี่ปุ่นท้องถิ่นนิยม แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ สวนตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ ใจกลางเมืองอิชิโนะมากิ ทำให้สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามาของตัวเมือง แม่น้ำคิตะคามิ และทะเลแปซิฟิกในวันที่อากาศดี ภายในสวนมีต้นซากุระประมาณ 400 ต้น บานกระจายทั่วพื้นที่ ให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่น ปิกนิก และพักสายตาหลังจากเที่ยวจุดใหญ่ ๆ อย่าง Hitome Senbonzakura

ด้านบนสุดของสวนเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าฮิโยริ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แสงจะสวยและคนไม่เยอะ เหมาะกับการถ่ายภาพวิวกว้าง

  • เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
  • วันหยุด: ไม่มี
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จาก Sendai นั่ง JR Senseki-Tohoku Line ลง สถานี Ishinomaki (ประมาณ 50 นาที) เดินขึ้นเขาประมาณ 20 นาที

ถ้าฝนตกหรืออยากพักจังหวะเที่ยว แวะร้านหอยนางรมในมัตสึชิมะ มีทั้งแบบ กินไม่อั้น และแบบ เซ็ต (หอยสด ย่างเอง และทอด) หอยสดมาก ไม่คาว เนื้อหวานนุ่ม คุ้มค่าสำหรับสายซีฟู้ด แนะนำร้าน Matsushima Kakigoya Matsu

ตรงข้ามกันมีร้านเบเกอรี่สุดน่ารักที่กำลังมาแรงอย่าง Croissant-ya Sakusaku

จุดเด่นของร้านคือเมนู Croissant Soft ซอฟครีมชีสจาก Zao เสิร์ฟในโคนที่ทำจากครัวซองต์กรอบหอม มิกซ์ความอร่อยแบบหวาน มัน เค็ม ลงตัวในคำเดียว โคนที่ทำจากครัวซองต์จะมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน แต่วันนั้นไปถึงช้า เลยได้เป็นครัวซองปกติแทน ก็อร่อยเหมือนกัน


3. Hanamiyama Park – ฟุคุชิมะ

สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Park) เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยและมีเอกลักษณ์ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ได้รับฉายาว่า “สวนลับกลางภูเขา” เพราะตั้งอยู่ในหุบเขาเงียบสงบ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทั้งภูเขาจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของดอกไม้หลากชนิด ไม่ใช่แค่ซากุระโซเมโยชิโนะเท่านั้น แต่ยังมีดอกพีช แมกโนเลีย ฟอร์ซีเธีย และดอกไม้อื่น ๆ บานพร้อมกัน ทำให้วิวมีมิติและสีสันมากกว่าสวนซากุระทั่วไป

เส้นทางเดินภายในสวนมีหลายระดับ ตั้งแต่ทางราบจนถึงเส้นทางขึ้นเขา จุดชมวิวด้านบนสามารถมองเห็นเมืองฟุกุชิมะทั้งเมือง พร้อมฉากหลังเป็น เทือกเขาอาซุมะ ที่บางปียังมีหิมะหลงเหลืออยู่ เป็นภาพที่หาดูได้ยากมากในญี่ปุ่น

  • เวลาเปิด: ประมาณ 09:00–17:00 (ช่วงพีคอาจขยายเวลา)
  • วันหยุด: ไม่มีในช่วงเปิดสวน
  • ค่าเข้าชม: ฟรี (มีจุดรับบริจาค)
  • การเดินทาง: จากสถานี Fukushima นั่งรถชัตเทิลบัสเฉพาะฤดูซากุระ ประมาณ 20 นาที

4. Arakawa Sakura-zutsumi – ฟุคุชิมะ

แนวซากุระริมแม่น้ำอาราคาวะ (Arakawa Sakura-zutsumi) เป็นจุดชมซากุระที่เรียบง่ายแต่สวยมาก มีต้นซากุระกว่า 200 ต้น เรียงรายยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตร เลียบแม่น้ำอารากาวะ ความโดดเด่นคือบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการเดินเล่นสบาย ๆ หรือมานั่งชมวิวริมแม่น้ำ

ในวันที่อากาศดี จะสามารถมองเห็น เทือกเขาอาซุมะ เป็นฉากหลัง ทำให้ได้ภาพซากุระกับภูเขาที่ดูเป็นธรรมชาติและผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักจากจุดท่องเที่ยวหลัก

  • เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
  • วันหยุด: ไม่มี
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จากสถานี JR Fukushima นั่งรถบัสประมาณ 15 นาที

5. Lucky Park & Kaiseizan Park – ฟุคุชิมะ

Lucky Park in Koriyama ตั้งอยู่ในสวนไคเซซัง เปิดตั้งแต่ปี 2022 เป็นสวนสนุกธีมโปเกมอน “ลัคกี้” โปเกมอนประจำจังหวัดฟุกุชิมะ มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และจุดถ่ายรูปน่ารัก ๆ ขณะที่ สวนไคเซซัง เองเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระหลักของเมือง มีซากุระกว่า 1,300 ต้น บานรอบสวนและสระน้ำ

  • เวลาเปิด: สวนเปิดตลอดวัน
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จากสถานี Koriyama นั่งรถบัสหรือแท็กซี่ 20 นาที

6. Komine Castle Park – ฟุคุชิมะ

สวนรอบปราสาทโคมิเนะ เมืองชิราคาวะ เป็นจุดชมซากุระบรรยากาศสงบ มีซากุระล้อมรอบคูน้ำและกำแพงหิน ปราสาทสร้างครั้งแรกปี ค.ศ. 1340 และบูรณะใหม่ในปี 1991 เช้าวันฟ้าเปิดหลังฝนตก วิวซากุระกับท้องฟ้าใสสวยมาก

  • เวลาเปิดสวน: เปิดตลอดวัน
  • ค่าเข้าชมสวน: ฟรี
  • การเดินทาง: จาก Koriyama นั่ง JR Tohoku Line ลง สถานี Shirakawa (35 นาที) เดิน 5 นาที

7. Shokenji – ฟุคุชิมะ

วัดโชเคนจิ (Shokenji) ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอิซุมิซากิ (Izumizaki) จังหวัดฟุคุชิมะ มีซากุระพันธุ์ชิดาเระ (Shidarezakura) อายุยาวนานกว่า 230 ปี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของหมู่บ้าน

ว่ากันว่า วัดโชเคนจิก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1509 ดังนั้นต้นซากุระอาจมีอายุเก่าแก่กว่านั้นด้วยซ้ำ ในช่วงแรกหลังจากเริ่มยุคเฮเซได้ไม่นาน ต้นซากุระก็เริ่มอ่อนแอและใกล้จะตาย ซึ่งต้องขอบคุณการทำงานอย่างหนักของทางวัด ที่ทำให้ฟื้นตัวแข็งแรงจนกิ่งก้านเกือบจะแตะพื้นดินแล้ว ความสวยงามของกิ่งที่โค้งลงดั่งม่านน้ำตกสีชมพูทำให้เป็นที่ประทับใจของผู้มาเยือน

  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จาก Koriyama นั่ง JR Tohoku Line ลง สถานี Izumizaki (25 นาที) เดิน 8 นาที

8. Mamigasaki River – ยามางาตะ

ซากุระริมแม่น้ำมามิงาซากิ (Mamigasaki) เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดของเมืองยามากาตะที่สามารถชม โยซากุระ (ซากุระกลางคืน) ได้แบบเงียบสงบ มีต้นซากุระประมาณ 200 ต้น เรียงรายยาวตลอดแนวแม่น้ำราว 2.3 กิโลเมตร โดยช่วงไลต์อัพจะเปิดไฟยาวประมาณ 830 เมตร ตั้งแต่สะพานอาทาโกะ ไปจนถึงบริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนอนุบาลอาทาโกะ

ไฟจะเริ่มเปิดประมาณ 18:30–18:45 น. แนะนำให้ไปถึงก่อนเวลาสักเล็กน้อย จะได้เก็บภาพทั้งช่วงฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีและช่วงกลางคืนเต็มตัว บรรยากาศโรแมนติก ถ่ายภาพซากุระที่ต้องแสงไฟสีชมพูได้เพลินมากๆ

  • เวลาไลต์อัพ: ประมาณ 18:30–22:00 (ขึ้นกับปี)
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จากสถานี Yamagata นั่งรถบัส Yamagata Kotsu ลงป้าย Atago-bashi เดิน 5 นาที

9. Kajo Park – ยามางาตะ

สวนคะโจ (Kajo Park) ตั้งอยู่บนพื้นที่อดีตปราสาทยามางาตะ มีซากุระโซเมโยชิโนะกว่า 1,500 ต้น ช่วงเทศกาลมีไลต์อัพ 18:00–21:30 ภายในสวน และรอบคูน้ำถึง 22:00 จุดเด่นคือสะพานฝั่งเหนือที่ถ่ายภาพติดชินคันเซ็นได้ แต่ถ้าอยากสงบแนะนำเข้าทางฝั่งใต้ คนจะน้อยกว่า

  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จากสถานี Yamagata เดิน 10 นาที

ทางเข้าฝั่งทิศใต้


10. Maizuru Park (Tendo Park) – ยามางาตะ

สวนไมซุรุ (Maizuru Park) บนภูเขาไมซึรุ มีซากุระกว่า 2,000 ต้น รวมพันธุ์เก่าแก่บางต้นอายุกว่า 400 ปี สามารถมองเห็นเมืองเทนโด แม่น้ำโมกามิ และภูเขากัซซัง ในช่วงเทศกาลซากุระ บริเวณแม่น้ำคุระซุใกล้กับย่านออนเซ็นจะมีการประดับไฟในตอนกลางคืน เพิ่มความโรแมนติก

  • เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จาก Yamagata นั่ง JR ลง สถานี Tendo (23 นาที) เดิน 15 นาที

11. Kaminoyama Castle & Tsukioka Park – ยามางาตะ

ปราสาทคามิโนะยามะ (Kaminoyama Castle) ตั้งอยู่ในเมืองคามิโนะยามะ จังหวัดยามางาตะ เป็นปราสาทสไตล์ฮิรายามะ ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1535 ต่อมาได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ มีหอคอยหลักที่สามารถขึ้นไปชมวิวของเมืองคามิโนะยามะ และเทือกเขาซะโอ ได้อย่างชัดเจน บริเวณรอบปราสาทเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะสึคิโอกะ (Tsukioka Park) มีต้นซากุระประมาณ 80 ต้น ถ้าใครมาช่วงกลางวัน ภายในสวนมีบ่อน้ำพุร้อนสำหรับแช่เท้า ในช่วงกลางคืน ปราสาทจะมีการประดับไฟ

  • เวลาเปิด: 9:00–17:15
  • ค่าเข้าชม: หอคอยปราสาท 420 เยน
  • การเดินทาง: จาก Yamagata นั่ง JR ลง สถานี Kaminoyama Onsen (12 นาที) เดิน 15 นาที

12. สวน Eboshiyama – ยามางาตะ

สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ที่สวนแห่งนี้จุดชมซากุระที่ต้องมาสักครั้ง และสำหรับคนที่มาพักที่ Kaminoyama Onsen ก็มักจะรวมสถานที่นี้เอาไว้ในลิสต์ด้วย

ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอยากมาชมซากุระที่สวนแห่งนี้ นั่นก็เพราะว่ามีนิทานคลาสสิกของญี่ปุ่น ฮานาซากะจิจิ (花咲か爺さん) หรือ คุณลุงผู้ทำให้ซากุระบาน เป็นเรื่องราวของคุณลุงใจดีที่โปรยขี้เถ้าลงบนต้นไม้แห้ง และทำให้มันผลิบานเป็นซากุระสวยงาม เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความเมตตา และการฟื้นคืนชีพ ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกัน และว่ากันว่าสวน Eboshiyama แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้

สวนเอโบชิยามะ (Eboshiyama) ตั้งอยู่ในเมืองอาคะยูออนเซ็น (Akayu Onsen) จังหวัดยามากาตะ มีต้นซากุระหลากสายพันธุ์นับพันต้น เชื่อกันว่าเป็นสวนที่สามารถเจอซากุระได้ครบทุกสายพันธุ์ ซึ่งจะเบ่งบานเป็นระยะเวลายาวนานเริ่มตั้งกลางเดือนเมษาจนถึงต้นพฤษภา

  • เวลาเปิด: เปิดตลอดวัน
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • การเดินทาง: จาก Yamagata นั่ง JR ลง สถานี Akayu (30 นาที) ต่อแท็กซี่ 10 นาที

เส้นทางซากุระโทโฮคุสายนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความงามของซากุระญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองใหญ่หรือจุดยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังซ่อนตัวอยู่ตามเมืองเล็ก ริมแม่น้ำ สวนบนภูเขา และปราสาทเก่าแก่ที่มีเรื่องราวและบรรยากาศเฉพาะตัว การเดินทางด้วยรถไฟทำให้เที่ยวตามได้จริง ไม่เร่งรีบ และได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับคนที่อยากชมซากุระแบบสงบ ลึก และต่างจากภาพจำเดิม ๆ หากใครกำลังมองหาทริปฤดูใบไม้ผลิที่ทั้งสวย คุ้ม และเต็มไปด้วยความประทับใจ โทโฮคุในช่วงกลางเดือนเมษายนคือคำตอบที่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

หมวดหมู่: ,

Ads

Facebook

— — — — —

WEATHER

Useful information for Thai traveling in JAPAN.

ข้อมูลท่องเที่ยวสำหรับคนไทย ใจรักญี่ปุ่น

ติดต่อร่วมงาน contact@tiewyeepoon.com