ถ้าอยากหาที่พักใกล้โตเกียวที่ได้ฟีลเหมือนไปตากอากาศยุโรปกลางภูเขา RISONARE Yatsugatake เมืองโฮคุโตะ จังหวัดยามานาชิ ที่พักในเครือ Hoshino Resorts คือคำตอบ
รีสอร์ตนี้อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงแถบภูเขา Yatsugatake ทำให้อากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงซัมเมอร์ ถือเป็นแหล่งตากอากาศชั้นดีของคนเมือง
จุดเด่นของรีสอร์ตนี้คือ Piment Street ยาว 160 เมตรที่ออกแบบเหมือนเมืองเล็ก ๆ บนภูเขา มีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน ภายในรีสอร์ตยังมีสระคลื่นในร่ม กิจกรรมป่า Kids Studio ออนเซ็น คาเฟ่หนังสือ และ Wine House ที่ให้ลองไวน์ท้องถิ่นจากยามานาชิและนากาโนะ แค่อยู่ในรีสอร์ตก็มีกิจกรรมครบ กินดี นอนดี อากาศดี เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ราคาเริ่มต้น 8,000 เยนต่อคน จองที่นี่ >> RISONARE Yatsugatake

จุดเด่น
1. ใกล้โตเกียว แต่บรรยากาศเปลี่ยนทันที
เหมาะกับคนไทยที่เที่ยวโตเกียวหลายครั้งแล้ว และอยากหาที่พักผ่อนแบบธรรมชาติ ไม่ต้องเดินทางไกลถึงฮอกไกโดหรือนากาโนะลึก ๆ ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงจากเขตเมืองหลวง
2. ช่วงซัมเมอร์ไม่ร้อนเกินไป
รีสอร์ตอยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000 เมตร และเมือง Hokuto มีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิช่วงเดือนที่อุ่นที่สุดราว 18–23°C ตามข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลัง จึงขายได้ดีในมุม “หนีร้อนจากโตเกียว” โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว คนทำงาน และคู่รักที่อยากพักในอากาศสบายกว่าเมืองใหญ่
3. เที่ยวได้ทั้งปี ไม่ใช่ที่พักฤดูกาลเดียว
ฤดูใบไม้ผลิมีดอกไม้และกิจกรรมกลางแจ้ง ฤดูร้อนมีมาร์เช่และอากาศเย็นสบาย ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับไวน์และใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวมีบรรยากาศคริสต์มาส ออนเซ็น และกิจกรรมสกีสำหรับเด็ก/มือใหม่
4. เหมาะกับครอบครัวมาก
มีสระว่ายน้ำในร่ม, โซนเด็ก, playroom, โปรแกรมสำหรับเด็ก, Forest Adventure, Kids Studio และกิจกรรมธรรมชาติหลายแบบ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีสามารถนอนร่วมเตียงได้ตามเงื่อนไขของห้องพัก
5. เหมาะกับผู้ใหญ่และสายไวน์
ที่นี่อยู่ในโซนไวน์สำคัญของญี่ปุ่น ระหว่างยามานาชิและนากาโนะ มี Wine House ให้ลองไวน์ท้องถิ่น 24 ชนิด และมี Yamanashi Sparkling Lounge ให้ชิมสปาร์กลิงไวน์ 3 แบบในช่วงค่ำโดยไม่ต้องจอง

ถนนหลักชื่อ Piment Street ยาวประมาณ 160 เมตร เรียงรายด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝาก ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเล่นในเมืองเล็ก ๆ กลางภูเขา



รีสอร์ตมีทั้งหมด 172 ห้อง รองรับผู้เข้าพักประมาณ 1–5 คนต่อห้อง เช็กอิน 15:00 น. และเช็กเอาต์ 12:00 น. จุดดีคือเวลาเช็กเอาต์ค่อนข้างสาย ทำให้เหมาะกับการพักแบบไม่เร่งรีบ โดยห้องพักถูกออกแบบให้เข้ากับธีมภูเขาและไวน์ของ Yatsugatake เช่น โทนสีบอร์โดซ์ ลวดลายภูเขา เฟอร์นิเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากคอร์กไวน์ และแก้วไวน์เฉพาะของรีสอร์ต
ห้องที่น่าสนใจมากคือกลุ่มห้องแบบ Maisonette / Suite โดยเฉพาะ Wine Suite Maisonette ซึ่งมีไวน์เซลลาร์ส่วนตัวในห้อง พร้อมไวน์ที่ซอมเมอลิเยร์ของรีสอร์ตคัดเลือกให้ เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากพักแบบพิเศษ ส่วนบางห้องมีระเบียง พร้อมเบาะเคลื่อนย้ายได้และเสื่อโยคะ เหมาะกับการนั่งรับลมภูเขา ดูดาว หรือพักผ่อนแบบ slow travel




ที่นี่อยู่ในโซนไวน์สำคัญของญี่ปุ่น ระหว่างยามานาชิและนากาโนะ มี Wine House ให้ลองไวน์ท้องถิ่น 24 ชนิด และมี Yamanashi Sparkling Lounge ให้ชิมสปาร์กลิงไวน์ 3 แบบในช่วงค่ำโดยไม่ต้องจอง

นอกจากนี้ยังมี BOOKS & CAFE คาเฟ่/ร้านหนังสือที่มีหนังสือราว 3,000 เล่ม เครื่องดื่ม อาหารเบา ๆ และของฝาก เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ งานคราฟต์ โปสต์การ์ด เหมาะกับคนที่อยากนั่งพักเงียบ ๆ หรือหาของฝากที่ไม่ซ้ำกับเมืองใหญ่

กิจกรรมหลักที่ขายง่ายกับคนไทยคือ สระว่ายน้ำในร่ม il mare ซึ่งเปิดตลอดปี มีสระคลื่นขนาดใหญ่ คลื่นสูงได้ถึงประมาณ 1.2 เมตร และมีโซนเด็กในธีม “ทะเลในป่า” ทำให้ต่อให้ฝนตก หนาว หรืออากาศไม่ดี ก็ยังมีกิจกรรมในรีสอร์ตให้ทำ

สายธรรมชาติสามารถเลือกกิจกรรมอย่าง Forest Adventure Walk คอร์สแอดเวนเจอร์ในป่าสูงประมาณ 5–7 เมตร, เดินป่าพร้อมไกด์, ขี่จักรยาน, กิจกรรมกับสัตว์, เก็บสตรอเบอร์รี่ และกิจกรรมดูดาวในพื้นที่ Yatsugatake ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องท้องฟ้าเปิดและบรรยากาศภูเขา

สำหรับเด็ก มี RISONARE Kids Studio ให้เด็กใส่ชุดเชฟและลองทำขนมตามฤดูกาล เหมาะมากสำหรับคอนเทนต์ครอบครัว เพราะเป็นกิจกรรมที่ทั้งน่ารัก ถ่ายรูปง่าย และมีประสบการณ์เฉพาะที่ไม่ได้เจอในโรงแรมทั่วไป

Yamanashi Sparkling Lounge เป็นเลานจ์ไวน์ช่วงค่ำจัดขึ้นทุกวันภายในโรงแรม เวลา 19:00–22:00 น. โดยเป็นพื้นที่ที่ออกแบบให้ได้บรรยากาศเหมือน wine cave หรือถ้ำเก็บไวน์ เหมาะสำหรับจบวันหลังเที่ยวหรือหลังแช่ออนเซ็นแบบช้า ๆ พร้อมแก้วสปาร์กลิงไวน์ในมือ
จุดเด่นคือที่นี่เสิร์ฟ สปาร์กลิงไวน์จากจังหวัดยามานาชิ 3 แบบ ได้แก่ White, Rosé และ Orange ซึ่งคัดเลือกโดยซอมเมอลิเยร์ของรีสอร์ต ให้แขกได้ลองรสชาติของไวน์ยามานาชิแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องออกไป winery เอง และยังมี food pairing ที่ออกแบบมาให้เข้ากับสปาร์กลิงไวน์ด้วย

ร้านอาหารหลักคือ OTTO SETTE เมนูอิตาเลียนคอร์สที่เน้นคอนเซ็ปต์ Vino e Verdura หรือ “ไวน์และผัก” ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากยามานาชิและนากาโนะ จับคู่กับไวน์ เป็นตัวเลือกสำหรับมื้อพิเศษ คู่รัก วันครบรอบ หรือผู้ใหญ่ที่อยากพักแบบพรีเมียม ราคา Dinner Course ระบุไว้ที่ประมาณ 18,000 เยน และต้องจองล่วงหน้า

อีกตัวเลือกที่เหมาะกับครอบครัวคือ YYgrill ร้านบุฟเฟต์และกริลล์ มีอาหารเช้าและเย็น บรรยากาศออกแบบด้วยกล่องไวน์และลวดลายเถาองุ่น สะท้อนธีม wine resort ราคาอาหารเช้าผู้ใหญ่ประมาณ 2,800 เยน และอาหารเย็นผู้ใหญ่ประมาณ 6,200 เยน ตามข้อมูลปัจจุบันของรีสอร์ต


ของฝากที่ควรเล่าในโพสต์คือของที่สะท้อน “Yatsugatake lifestyle” มากกว่าของฝากทั่วไป เช่น ไวน์จากยามานาชิ/นากาโนะ, ชุด VINO BOX ที่รวมไวน์แนะนำกับของกินที่จับคู่กัน, สินค้าไลฟ์สไตล์และงานคราฟต์ใน BOOKS & CAFE, รวมถึงสินค้าจากร้านต่าง ๆ บน Piment Street ซึ่งรีสอร์ตระบุว่ามีร้านอาหาร คาเฟ่ และ boutique shops รวมประมาณ 19 ร้าน บนถนนหลักของรีสอร์ต

มีโซนบ่อน้ำร้อนชื่อ Mokumoku Yu เป็นสถานที่อาบน้ำสำหรับแขกที่เข้าพักเท่านั้น ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าของ Yatsugatake ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปทรงวงกลมซ้อนกันให้กลมกลืนกับธรรมชาติ มีทั้ง บ่อในร่ม และ บ่อกลางแจ้ง ให้แช่น้ำพร้อมบรรยากาศป่า ภูเขา และอากาศเย็นสบายของพื้นที่สูง

จุดเด่นที่น่าเล่ามากคือบรรยากาศช่วงกลางคืน เพราะโซนกลางแจ้งมีการจัดไฟในธีม Wine Bottle Night Bath ใช้ขวดไวน์จากยามานาชิและถังไวน์มาสร้างแสงไฟอบอุ่นในป่า ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของรีสอร์ตที่เป็น Wine Resort หลังแช่น้ำยังสามารถไปพักต่อที่ Wine Cave Lounge ซึ่งมีน้ำองุ่นและเครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้บริการ เหมาะกับการจบวันแบบช้า ๆ ก่อนกลับห้องพัก

การเดินทางจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 120 นาที เหมาะมากสำหรับทริป 2 วัน 1 คืนจากโตเกียว โดยเดินทางด้วยรถไฟไปลง สถานี Kobuchizawa แล้วต่อรถรับส่งฟรีของรีสอร์ตประมาณ 5 นาที หรือถ้าขับรถ ใช้ทางด่วน Chuo Expressway ลงที่ Kobuchizawa I.C. แล้วขับต่อประมาณ 5 นาที























