เดินจากโครังเคเพียง 10 นาที! ไปรู้จักกับ“เมืองอาสึเกะ”สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจับตามองกัน รู้ไหมว่า ตอนนี้มีเมืองหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจในเรื่องทิวทัศน์บรรยากาศย้อนยุค ราวกับฉากในภาพยนตร์อยู่ด้วยนะ?
สารบัญ

นั่นก็คือ “ย่านเมืองเก่าอาสึเกะ” ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง โตโยต้า จังหวัดไอจิ จริงๆ แล้ว ที่นี่อยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง โครังเค ที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เขียวสดในฤดูร้อนและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง เพียง 10 นาทีเท่านั้น
อาสึเกะ (Asuke)
ในอดีตเป็นเมืองพ่อค้าที่เคยรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองแห่งการสัญจรของผู้คนและการขนส่งสินค้า ในปัจจุบันตลอดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรนี้ ยังคงหลงเหลือทิวทัศน์บ้านเมืองแบบดั้งเดิม และยังเป็นพื้นที่แรกในจังหวัดไอจิที่ได้รับเลือกให้เป็น เขตอนุรักษ์กลุ่มสิ่งปลูกสร้างทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
ในอาสึเกะมีทั้งที่พักแบบมินชูกุ ร้านอาหาร และคาเฟ่บรรยากาศดีที่นำอาคารเก่าแก่ดั้งเดิมมาใช้และร้านที่ปรับปรุงรีโนเวตให้เข้ากับยุคสมัยแต่ยังคงเสน่ห์แบบเดิมเอาไว้ เดินเล่นไปตามถนนแล้วให้ความรู้สึกราวกับหลงเข้าไปอยู่ในฉากภาพยนตร์ย้อนยุค! เป็นย่านยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันปกติ
การเดินทางจากสถานี Toyotashi ไปยังย่านเมืองเก่าอาสึเกะ
จาก Meitetsu Toyota Line / Mikawa Line สถานี Toyotashi นั่ง Meitetsu Bus ที่มุ่งหน้าไป Asuke มาลงที่ป้าย Korankei (ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

เมืองแห่งพ่อค้าที่เคยรุ่งเรืองในฐานะ ‘เส้นทางเกลือ’
อาสึเกะรุ่งเรืองเป็นพิเศษในช่วงปลายของสมัยเอโดะ (ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19) โดยทำหน้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการคมนาคม เชื่อมพื้นที่ซันชู (ปัจจุบันคือฝั่งตะวันออกของจังหวัดไอจิ) เข้ากับแค้วนชินชู (ปัจจุบันคือจังหวัดนากาโนะ) ด้วยบทบาทนี้ เมืองจึงคึกคักไปด้วยการขนส่งสินค้าและการสัญจรของผู้คน จนกลายเป็นเมืองพ่อค้าที่มีชีวิตชีวาในยุคนั้น
ในสมัยนั้น แคว้นชินชูซึ่งเป็นพื้นที่ตอนในที่อยู่ห่างจากทะเล ทำให้เกลือเป็นของมีค่าอย่างยิ่ง อาสึเกะจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดพักและถ่ายลำเลียงเกลือจากอ่าวมิคาวะไปยัง ชินชู ทำให้เส้นทางนี้ถูกเรียกว่า “เส้นทางเกลือ” นอกจากเกลือแล้ว ยังมีการขนส่งอาหารทะเลและของใช้ประจำวัน ขณะที่ฝั่งชินชูส่งไม้แปรรูปและผลผลิตทางการเกษตรลงมา ทำให้ ย่านเมืองเก่าอาสึเกะ เต็มไปด้วยความคึกคักจากพ่อค้าและผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย
เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาสึเกะคือการที่ร่องรอยของการเป็นเมืองพ่อค้าเก่าแก่ในอดีต ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบัน ภาพของอาคารแบบดั้งเดิมที่เรียงราย โดดเด่นด้วยผนังไม้สีดำตัดกับปูนฉาบสีขาวอย่างงดงาม ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่พิเศษที่สามารถสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้
เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ
ขอแนะนำ Model Route ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งจะพาไปสัมผัสเสน่ห์ของอาสึเกะได้อย่างครบถ้วน และเนื่องจากสามารถไปเที่ยวพร้อมกับ โครังเค ได้อย่างสะดวก จึงอยากแนะนำให้ลองแวะมาเดินเล่นที่ ย่านเมืองเก่าอาสึเกะ รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจยิ่งขึ้นแน่นอน!
1. ศาลเจ้าอาสึเกะฮาจิมังกู

ศาลเจ้าอาสึเกะฮาจิมังกูเป็นที่รู้จักในนาม “เทพเจ้าเกี่ยวกับเรื่องขา” ได้รับความศรัทธาจากผู้ที่มีปัญหาเรื่องขาและสะโพก รวมถึงนักเดินทางที่มาขอพรให้การเดินทางปลอดภัย อาคารหลักได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1466 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ เริ่มต้นทริปด้วยการแวะสักการะที่นี่ เพื่ออธิษฐานขอให้การเดินทางตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
2. ย่านเมืองเก่าอาสึเกะ (ตรอกมังริน)

ภายใน ย่านเมืองเก่าอาสึเกะ มีตรอกซอกซอยเล็ก ๆ มากมายที่ชวนให้เดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้างานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิม ร้านจำหน่ายของขึ้นชื่อท้องถิ่น ร้านขายของกระจุกกระจิก รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีร้านที่รีโนเวตจากอาคารเก่าให้กลายเป็นร้านสไตล์เก๋ ๆ จำนวนมาก เหมาะสำหรับการเดินช้อปปิ้งและพักผ่อนระหว่างทาง ในบรรดาตรอกซอกซอยของอาสึเกะ จุดที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดก็คือ ตรอกมังริน ผนังไม้สีดำตัดกับปูนฉาบสีขาวอย่างโดดเด่น ดูสวยงามและถ่ายรูปออกมาขึ้นกล้องเป็นพิเศษ
3. Kura-no-Naka Gallery Manrin Bookshop & Café

หากมาที่ตรอกมังริน สถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ Manrin Bookshop & Café ร้านหนังสือและแกลเลอรีที่ดัดแปลงจากโกดังเก่า โกดังทั้ง 4 หลังเรียงต่อกันมีความลึกยาวประมาณ 50 เมตร คนที่ชอบงานสถาปัตยกรรมต้องชอบแน่นอน♪
ภายในไม่ได้มีแค่ร้านหนังสือเท่านั้น แต่ยังมีโซนจำหน่ายเสื้อผ้าและของกระจุกกระจิก พื้นที่แกลเลอรี และมุมคาเฟ่ครบครัน ด้านในสุดของแกลเลอรีจะมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดทั้งปี ส่วนคาเฟ่ก็มีทั้งกาแฟรสชาติดีและเค้กโฮมเมดแสนอร่อยให้ได้นั่งพักผ่อนอย่างสบาย ๆ
4. วัดโซอนจิ

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของย่านเมืองเก่าอาสึเกะ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเรื่อง เสียงระฆังอันไพเราะ ตัววัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอาสึเกะได้แบบพาโนรามา ลองใช้เวลาเดินเล่นอย่างเงียบสงบในเขตวัด ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล แล้วปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปกับช่วงเวลาอันแสนสงบ
5. Nichigetsu-Monaka Sohonpo Kawamuraya

ปิดท้ายทริปด้วยการพักเบรกเติมความหวานสักเล็กน้อยกับ ขนมโมนากะ ขนมขึ้นชื่อของร้าน ซึ่งทำสืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1916 ไส้ถั่วขาวเนื้อเนียนเงางามทำจากถั่วขาวจากฮอกไกโดและน้ำตาลคุณภาพดี เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน แล้วนำมาบรรจุในแป้งโมนากะที่ทำจากข้าวเหนียว ตัวขนมบรรจุในห่อดีไซน์น่ารักที่มีสัญลักษณ์พระจันทร์ เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝาก
เทศกาลของอาสึเกะ ที่มีเฉพาะในแต่ละฤดูกาลเท่านั้น!
อาสึเกะมีการจัดเทศกาลที่น่าสนใจแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล หากเดินทางไปในช่วงเวลาที่ตรงกัน ก็อย่าพลาดโอกาสร่วมสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลเหล่านี้ดูนะ
【เทศกาลฤดูใบไม้ผลิอาสึเกะ (เดือนเมษายน)】

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิของอาสึเกะจัดขึ้นเป็นประจำใน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน ขบวนรถแห่ที่ประดับประดาด้วยดอกซากุระและดอกวิสทีเรียจะเคลื่อนผ่านทั่วทั้งเมือง เติมสีสันให้ฤดูใบไม้ผลิของอาสึเกะดูสดใสและมีชีวิตชีวา ถือเป็นโอกาสอันดีในการสัมผัสพลังของชุมชนท้องถิ่น พร้อมเรียนรู้และดื่มด่ำวัฒนธรรมเทศกาลแบบญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
【Tankororin Lantern Nights (เดือนสิงหาคม)】

ในช่วงค่ำของฤดูร้อน ตั้งแต่ต้นเดือนถึงกลางเดือนสิงหาคม จะมีการจัดงานประดับโคมไฟ Tankororin Lantern Nights อีเวนต์ที่เปลี่ยนย่านเมืองเก่าอาสึเกะให้สว่างไสวราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน โคมไฟไม้ไผ่ทำมือจะถูกจุดเรียงรายทั่วเมือง โอบล้อมทิวทัศน์เมืองเก่าด้วยแสงอบอุ่น บรรยากาศยามค่ำคืนแตกต่างจากช่วงกลางวันโดยสิ้นเชิง เป็นกิจกรรมที่บรรยากาศสุดโรแมนติก
Tourism Toyota การท่องเที่ยวเมืองโตโยต้า






















