อีกด้านหนึ่งของเมืองโฮคุโตะคือโลกของที่ราบสูงยัตสึกาทาเกะ และคิโยซาโตะ พื้นที่ที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว แต่ยังไม่อยากเดินทางไกลเกินไป จากสถานี Kobuchizawa สามารถขับรถขึ้นไปยังรีสอร์ต สวน กิจกรรมธรรมชาติ คาเฟ่ และจุดชมวิวภูเขาได้ภายในเวลาไม่นาน ทำให้โฮคุโตะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทริป road trip สั้น ๆ จากโตเกียว
สารบัญ
บทความนี้จะพาไปดูโฮคุโตะในมุมพักผ่อนแบบครอบครัวและคู่รัก เริ่มจาก Hoshino Resorts RISONARE Yatsugatake รีสอร์ตที่ออกแบบเหมือนเมืองเล็กกลางภูเขา ต่อด้วย Yatsugatake Kogen Bridge จุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาและฟูจิซัง จากนั้นไป Moegi Village และ Hall of Halls ในคิโยซาโตะ ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รี่และซอฟต์ครีมในตำนานของ Seisenryo เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ญี่ปุ่นแบบอากาศดี วิวเปิด กินอร่อย และเที่ยวได้แบบไม่ต้องรีบ
การเดินทาง: จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟ Asuza Limited Express ที่มุ่งหน้าไปทาง Matsumoto และ Hakuba ลงสถานี Kobuchizawa ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
อ่านรีวิวตอนแรกที่นี่ >> Yamanashi:โฮคุโตะ (Hokuto) เมืองตากอากาศอันซีน ไม่ไกลจากโตเกียว ตอน 1

1. Hoshino Resorts RISONARE Yatsugatake
RISONARE Yatsugatake เป็นรีสอร์ตของ Hoshino Resorts ที่ออกแบบโดยสถาปนิก Mario Bellini ให้มีบรรยากาศเหมือนหมู่บ้านยุโรปกลางภูเขา จุดเด่นคือ Piment Street ถนนยาวประมาณ 160 เมตรที่เรียงรายด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝากที่สะท้อนวิถีชีวิตของพื้นที่ Yatsugatake
รีสอร์ตนี้เหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก และผู้ใหญ่ เพราะมีทั้งกิจกรรมธรรมชาติ สระว่ายน้ำในร่ม อาหาร ไวน์ และพื้นที่เดินเล่นโดยไม่ต้องออกไปไหนไกลมาก มีจุดขายสำคัญคือ ใกล้โตเกียว ให้ความรู้สึกเหมือนไปตากอากาศยุโรป แม้ในช่วงซัมเมอร์ที่อากาศบนพื้นที่สูงจะสบายกว่าเมืองใหญ่
อ่านรีวิวเฉพาะได้ที่นี่ >> รีวิวที่พัก: Yamanashi ~ Hoshino Resorts RISONARE Yatsugatake เมือง Hokuto




2. สะพานยัตสึกาทาเกะโคเก็น (Yatsugatake Kogen Bridge)
สะพานยัตสึกาทาเกะโคเก็น (Yatsugatake Kogen Bridge / 八ヶ岳高原大橋) สะพานสีเหลืองข้ามหุบเขาแม่น้ำคาวามาตะ มีความสูง 100 เมตร ยาว 490 เมตร เป็นหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาที่สวยมากของโฮคุโตะ สามารถมองเห็น Yatsugatake เทือกเขาแอลป์ทางใต้ และฟูจิซังได้จากบริเวณสะพานและลานจอดรถฝั่งคิโยซาโตะ
เหมาะกับการแวะสั้น ๆ ระหว่างเดินทางไป Kiyosato หรือ Moegi Village ใช้เวลาไม่นาน จะสวยที่สุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนที่หุบเขาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง และมีภูเขาเป็นฉากหลัง
- การเดินทาง: จากสถานี Kobuchizawa ขับรถ 30 นาที
- พิกัด


3. Milk Pot
ถ้าไปเที่ยวแถบคิโยซาโตะ แนะนำ Milk Pot คาเฟ่สุดน่ารักที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของย่านนี้ ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารทรงกานมสีขาว ดูมินิมอลปนความเรโทร ถ่ายรูปสวยทุกมุม จะนั่งในร้าน หรือนั่งด้านนอกชมวิวธรรมชาติที่ราบสูงคิโยซาโตะก็ได้ เมนูที่พลาดไม่ได้คือซอฟต์ครีมนมสดรสเข้มข้น หอมมันแบบนมแท้ ๆ รวมถึงเครป เครื่องดื่มนมปั่น ส่วนวันนี้แอดกินซอฟต์ครีมนมมิกซ์กับไชน์มัสคัต ความครีมมี่ของนมเข้ากับความเชอร์เบตของไชน์มัสคัตได้ดีมาก
- เวลาทำการ: 10:00–17:00 หยุด อังคาร-พฤหัส
- การเดินทาง: จากสถานี Kiyosato เดิน 2 นาที
- พิกัด



สถานี Kiyosato และ บรรยากาศรอบ ๆ





4. หมู่บ้านโมเอกิ (Moegi Village)
หมู่บ้านโมเอกิ (Moegi Village / 萌木の村) คอมเพล็กซ์ท่องเที่ยวในที่ราบสูงคิโยซาโตะ (Kiyosato Plateau) ความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภายในมีทั้งร้านอาหาร โรงแรม โรงเบียร์ คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ร้านของฝาก งานคราฟต์ และม้าหมุน ให้ความรู้สึกเหมือนหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่า สามารถใช้เวลาเดินเล่นได้หลายชั่วโมง
- เวลาทำการ: 10:00–18:00 / ช่วงฤดูหนาวปิด 17:00
- การเดินทาง: จากสถานี Kiyosato เดิน 10 นาที
- พิกัด



ม้าหมุนน่ารักมาก

ร้านของฝากประจำเมือง มาที่นี่ได้ของครบเลย


Hall of Halls Music Box Museum
Hall of Halls เป็นพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและเครื่องดนตรีอัตโนมัติในหมู่บ้านโมเอกิ มีคอลเลกชันประมาณ 300 ชิ้น ตั้งแต่กล่องดนตรีขนาดเล็กไปจนถึงเครื่องดนตรีอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่ให้เสียงทรงพลังเหมือนวงออร์เคสตรา
เสน่ห์ของที่นี่คือไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ดูของเฉย ๆ มีการเปิดเล่นเครื่องดนตรีตามโปรแกรม ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสเสียงจริงของเครื่องดนตรีเก่าอายุกว่า 100 ปี ไฮไลต์คือ ออร์กาเนตตา รุ่นที่ 2 (Organetta Type II) ปี 1996 ผลิตโดย นาโอกิ วากิตะ (Naoki Wakida) เป็นออร์แกนแบบมือหมุน (Hand-cranked organ) จุดเด่นอยู่ที่น้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยนอันเป็นเอกลักษณ์ และมีบรรเลงเพลงชาติไทยด้วย
- เวลาทำการ: 10:00–17:00






ROCK
ROCK เป็นร้านอาหารชื่อดังในหมู่บ้านโมเอกิ ถือเป็นหนึ่งในร้านที่เป็นภาพจำของคิโยซาโตะ เมนูที่ต้องมาลองให้ได้คือ ข้าวแกงกะหรี่ และอาหารสไตล์ brew pub ที่เข้ากับบรรยากาศภูเขา ถ้าไปช่วงเสาร์อาทิตย์ ควรเผื่อเวลารอคิว โดยเฉพาะช่วงกลางวัน
- เวลาทำการ: 11:00–21:00




Le Chat des Bois
Le Chat des Bois เป็นร้านของฝากธีมแมวในหมู่บ้านโมเอกิ ชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า แมวแห่งป่า ภายในร้านรวบรวมสินค้าเกี่ยวกับแมวมากกว่า 800 รายการ ทั้งของใช้ ของตกแต่ง เครื่องประดับ งานแฮนด์เมด และสินค้าจากศิลปินท้องถิ่น บรรยากาศร้านออกแบบให้เข้ากับคอนเซ็ปต์หมู่บ้านกลางป่า ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในโลกแฟนตาซีเล็ก ๆ ของคนรักแมว
นอกจากสินค้าแมว จุดที่น่าสนใจคือขนมออริจินัลของร้าน เช่น พุดดิ้งที่ทำจากนมยัตสึกาทาเกะ และไข่ไก่เลี้ยงปล่อย ไม่ใส่สีและวัตถุกันเสีย รวมถึง ขนมฟินองซิเยร์รูปอุ้งเท้าแมว
- เวลาทำการ: เม.ย.–ก.ย. 10:00–18:00 หยุดพุธ / ต.ค. 10:00–17:30 หยุดพุธ / พ.ย.–มี.ค. 10:00–17:00 หยุดพุธ-พฤหัส



5. จุดพักรถมินามิคิโยซาโตะ (Minami Kiyosato Road Station)
จุดพักรถมินามิคิโยซาโตะ (Minami Kiyosato Road Station / 道の駅南きよさと) เป็นจุดพักรถสำคัญ มีทั้งร้านขายผักสดท้องถิ่น ของฝาก ร้านอาหาร ด็อกรัน และพื้นที่พักผ่อน จุดเด่นคือเชื่อมกับบรรยากาศเกษตรและภูเขาของโฮคุโตะ โดยเฉพาะสินค้าจากพื้นที่ Takane และแถบ Yatsugatake
เมนูที่น่าลองคือ Shingen Soft ซึ่งทางสถานที่โปรโมตว่าเป็นจุดกำเนิดของเมนูนี้ รวมถึง Kiyosato Curry ที่เชื่อมกับเรื่องราวการบุกเบิก Kiyosato และ Mt. Yatsugatake Coffee ที่ใช้น้ำธรรมชาติจาก Southern Alps และดริปทีละแก้ว นอกจากนี้ยังมี Hanano Mori Park อยู่ใกล้กัน โดยสามารถขึ้นลิฟต์คาร์ไปยังสวนเพื่อทำกิจกรรมเก็บผักผลไม้หรือชมดอกไม้ตามฤดูกาลได้ ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมธงปลาคาร์พ koinobori จำนวนมาก
- เวลาทำการ: 8:30–17:00 ร้านอาหาร 11:00–15:30
- การเดินทาง: จากสถานี Kiyosato ขับรถ 15 นาที
- พิกัด




6. หมู่บ้านไฮดี้ (Heidi’s Village)
หมู่บ้านไฮดี้ (Heidi’s Village / ハイジの村) ธีมพาร์คที่จำลองโลกของการ์ตูนดัง “Heidi, Girl of the Alps” ให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านบนเทือกเขาแอลป์จริง ๆ ทั้งบ้านไม้ สวนดอกไม้ และบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขา แน่นอนว่ามองเห็นฟูจิซังได้จากหอคอยด้านใน
จุดเด่นของที่นี่คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่มีให้ชมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น ทิวลิปช่วงเมษายน บานต่อด้วยกุหลาบกว่า 1,200 สายพันธุ์ รวมกว่า 7,000 ต้น และไฮไลต์ อุโมงค์กุหลาบยาว 230 เมตร ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงลาเวนเดอร์ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ที่สวยและหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง
ภายในยังมีโซนจำลองฉากจากเรื่อง เช่น กระท่อมบนภูเขา เตียงฟาง และหมู่บ้าน Heidi รวมถึงร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูสไตล์ยุโรปอย่าง ชีสฟองดู และคาเฟ่น่ารัก ๆ ให้แวะพักถ่ายรูป ใช้เวลาได้ชิล ๆ
- เวลาทำการ: 9:00–18:00
- การเดินทาง: จากสถานี Nirasaki ขับรถ 30 นาที
- พิกัด









ถ้ามาช่วงเดือนม.ค.-ต้นพ.ค. จะมีกิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รี่แบบ 30 นาที กินได้ไม่อั้น พร้อมท็อปปิง เช่น นมข้น ช็อกโกแลต และมีให้ทำไดฟุกุสตรอเบอร์รี่ด้วย



6. Seisenryo Jersey Hut
Seisenryo Jersey Hut 清泉寮ジャージーハット จุดที่ต้องแวะของบริเวณคิโยซาโตะ มีเมนูที่ห้ามพลาดคือ Seisenryo Soft Cream ซึ่งเริ่มต้นในปีค.ศ. 1978 ในฐานะเมนูคาเฟ่ของ Seisenryo ก่อนจะโด่งดังมากในช่วง Kiyosato boom ยุค 1980s และกลายเป็นของขึ้นชื่อของพื้นที่จนถึงปัจจุบัน
จุดขายของซอฟต์ครีมคือใช้ นมเจอร์ซี่จากฟาร์มของเซเซ็นเรียว และน้ำจากยัตสึกาทาเกะ มีรสสัมผัสนัวเข้มข้น ตัวสถานที่มีระเบียงที่มองเห็นวิวกว้างของภูเขา Yatsugatake, เทือกเขาแอลป์ทางใต้ และฟูจิซัง
- เวลาทำการ: 9:00–17:00
- การเดินทาง: จากสถานี Kobuchizawa ขับรถ 35 นาที
- พิกัด










ขากลับ ถ้าขึ้นรถไฟจากสถานี Nirasaki ก็จะได้เจอวิวฟูจิซังจากบนชานชาลาแบบนี้




















